วัฒนธรรมคาเฟ่ทำให้เรามีพื้นที่ในการพบปะสังสรรค์ และได้รู้จักกาแฟในหลากหลายแง่มุมมากขึ้น กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มเชื่อมความสัมพันธ์ เป็นสัญลักษณ์ของความสุข วัฒนธรรมกาแฟในปัจจุบันจึงขยายออกไปไกลไม่ใช่แค่กาแฟร้อนควันฉุย หรือคาปูชิโน ใส่ฟองนมหนานุ่มเท่านั้น กาแฟสามารถเปลี่ยนรูปและเปลี่ยนวิธีการชงไปได้หลากหลายรูปแบบ ลองมาดูศัพท์ ที่บาริสต้าอาจถามคุณตอนสั่งกาแฟในร้าน และที่เซ็นทรัลเวิลด์เองก็มีคาเฟ่กาแฟเจ๋งๆ ให้คุณได้ด้ลองอะไรใหม่ๆ นอกจาก อเมริกาโน่ คาปูชิโน่หรือลาเต้เท่านั้น

Small Lot Coffee

หากบาริสต้าแนะนำคุณว่า กาแฟที่คุณหยิบมาดมเป็นกาแฟ “Small Lot” ให้รู้ไว้ว่ามันหมายถึงกาแฟหายาก เพราะมาจากแหล่งปลูกที่เฉพาะเจาะจง เช่น ปลูกในที่สูงมาก หรือไร่ที่ผลิตได้มีชื่อเสียง ผลิตต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน กาแฟ Small Lot จะมีรสชาติเฉพาะตัว ไม่เหมือนที่อื่น และความน้อยนิดของมันจะมาพร้อมกับ “ราคา” ที่สูงกว่ากาแฟปกติ ฉะนั้นสอบถามให้ดีเรื่องราคาก่อนจะสั่ง

Single Origin

มีกาแฟอีกประเภทที่คุณอาจได้เห็นคือกาแฟ “Single Origin” กับกาแฟ “Blended Coffee” ที่จะเจออยู่บ่อยๆ เมล็ดกาแฟแบบซิงเกิ้ล ออริจิ้น คือเมล็ดกาแฟที่ทั้งถุง (หรือทั้งโถที่ทางร้านมี) มาจากไร่เดียวกันทั้งหมด  ขณะที่ “กาแฟเบลนด์” หมายถึงกาแฟที่นำมาจากหลากหลายแหล่งปลูก แต่นำมาคั่วให้ได้รสชาติตามคอนเซ็ปต์ของ coffee master ซึ่งกาแฟแบบเบลนด์อาจมาจากแหล่งปลูกหลายที่ทั่วโลก ยกตัวอย่างก็เช่นใช้กาแฟจากสี่ทวีปนำมาคั่วด้วยกัน กาแฟส่วนมากจะเป็นแบบเบลนด์ เพราะราคาไม่แพง แต่อาจเบลนด์กันในประเทศเดียวกันก็ได้ เช่นกาแฟจากสุมาตรา หมายถึงกาแฟที่ปลูกในเกาะสุมาตรา หลายๆ ไร่มาผสมรวมกัน

Cold Brew

ศัพท์อีกคำที่คุณอาจได้ยินบ่อยมากขึ้นก็คือ “Cold Brew” หรือกาแฟปรุงเย็น หลายคนอาจสับสนกับ “กาแฟเย็น” หรือ Ice Coffee ว่ามันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร กรรมวิธีของการชงกาแฟ Cold Brew คือการปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านกาแฟที่บดไว้อย่างช้าๆ ผ่านเครื่องและตัวกรองเครื่องชงแบบที่เราเรียกว่า Cold Dripper การชงแบบนี้ ใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะได้หนึ่งแก้ว ให้รสชาติเข้มข้นกว่ากาแฟเย็นธรรมดา ขณะที่กาแฟเย็น คือกาแฟที่ชงกาแฟร้อนปกติ ซึ่งโดยมากใช้เครื่องชงเอสเพรสไซ่จากนั้นใส่น้ำแข็ง หรือเติมนม  แม้ว่าจะเย็นเหมือนกันแต่รสชาตินั้นคนละเรื่อง

เครื่องชงแบบ Cold Dripper นั้นถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่งของร้านก็ว่าได้ เพราะทำจากแก้วและทองเหลือง จึงดูหรูหราเหมาะแก่การตั้งไว้หน้าเคาท์เตอร์ให้คนได้ดูน้ำกาแฟหยดติ๋งๆ เครื่องชงอีกประเภทหนึ่งที่ดูสวยไม่แพ้กันก็คือเครื่องชงแบบ “Syphon” เรียกว่าเป็นเครื่องที่ดึงดูดสายตาที่สุดเครื่องหนึ่ง ไซฟอนเป็นเครื่องชงกาแฟ อาศัยการชงแบบกาลักน้ำ  โดยใช้ความร้อนนำกาแฟและน้ำมาผสมเข้าด้วยกัน และแยกจากกันเมื่ออุณหภูมิลดลง

เครื่องชงอีกแบบหนึ่งที่คุณอาจเคยเห็นมาบ้างก็คือแบบ “Chemex” เครื่องชงที่สร้างโดยนักเคมีชาวเยอรมันในปี 1941 นั่นทำให้มันดูเหมือนหลอดทดลองขนาดใหญ่ เครื่องนี้เป็นการชงผ่านน้ำอีกชนิดหนึ่ง โดยราดน้ำร้อนลงไปบนกาแฟที่บดแล้วบนกระดาษกรอง แต่จุดเด่นของเครื่องนี้ก็คือกระดาษกรองของคีเม็กซ์ ที่ให้รสชาติที่แตกต่างออกไป เนื่องจากฟิลเตอร์หรือตัวกรองที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถตัดรสเปรี้ยวแหลมหรือขมโดดออกไป ให้เหลือแต่ความนุ่มหอมของกาแฟ

French Press

ส่งท้ายกันด้วยศัพท์พื้นๆ ของการชงกาแฟแบบพื้นฐานที่สุด นั่นคือแบบ “French Press” ชื่อบอกอยู่แล้วว่ามีต้นกำเนิดที่ฝรั่งเศส เป็นการชงที่เรียบง่าย คลาสสิก ให้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้นที่สุดในบรรดาการชงทั้งหลาย French Press ชงด้วยเครื่องที่หน้าตาเหมือนกระบอกบีเกอร์ ที่มีฝาพร้อมฟิลเตอร์เพื่อแยกกากกาแฟออกจากน้ำก่อนรินลงแก้ว เป็นเครื่องชงกาแฟสดที่ราคาถูกที่สุด ใช้เวลาชงสั้นที่สุดวิธีหนึ่ง

ลองสั่งกาแฟจากหลากหลายวิธีการชงและหลากหลายแหล่งที่มา บาริสต้าที่ร้านสามารถช่วยเปิดโลกกาแฟของคุณได้ แค่ลองถามดู แล้วจะรู้ว่ากาแฟในคาเฟ่เจ้าประจำของคุณ อาจมีของดีซ่อนอยู่โดยที่คุณไม่รู้มาก่อนก็เป็นได้